หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 19 ธ.ค. 2014 1:25 am
โดย yamaka_admin
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

     คืออะไร? หมายถึงอะไร? เป็นลักษณะเช่นไร? อธิบายสื่อความหมายแบบกว้างพอเป็นตัวอย่างแห่งภาพรวมได้เช่นไร? เป็นสิ่งที่เหนือสิ่งอื่นใดในทั้งหมดในทั้งสิ้น คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด สําคัญที่สุด แห่งที่สุด ยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจ และสิ่งอันเป็นที่สิ้นสุด คือ ชีวิตของเหล่าพวกเราเองทั้งหมด คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งสุดท้ายที่ต้องเหลืออยู่ เพื่อปกป้องคุ้มครองรักษา ให้คงอยู่รอดปลอดภัยอย่างมั่นคง ร่มเย็น สงบสุข ร่ำรวยมากเหลือล้น แจกฟรี ทั้งโลก ทุกๆ วันก็ไม่มีวันหมด ยิ่งเหล่าผลบุญกุศลอานิสงส์บารมีส่งให้ ยิ่งเจริญรุ่งเรืองคูณยกกําลังทับทวีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ไว้ด้วยชีวิตและจิตวิญญาณ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งที่ต้องรวมพลังกันทั้งหมด ทั่วทั้งแผ่นดิน แผ่นฟ้า มหาสมุทร ทุ่มเทให้ในทุกๆ สิ่ง ในทุกๆ อย่าง รวมไปถึงชีวิตนี้ ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ อดทน ไม่ย่อท้อ ไม่ยอมแพ้ จะไม่ยอมให้เกิดความบกพร่อง ผิดพลาดใดๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ที่ไม่ถูกต้อง ที่ไม่บริสุทธิ์ ที่ไม่เป็นธรรม ได้เกิดขึ้นอีกโดยเด็ดขาด ในเวลาปัจจุบัน ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้และตลอดไป คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งที่สูงสุดยอด แห่งที่สูงสุดยอดจริง เป็นอัปปมาโณจริง อย่างไร้ที่ติจริง ไม่มีอะไรๆ หรือสิ่งอื่นใดๆ จะมาเสมอเหมือน หรือเท่าเทียม หรือใกล้เคียงได้ ในทั้ง ๓ กาลจริง ทั้งในอดีต ทั้งในปัจจุบัน และทั้งในอนาคต คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คือชาติไทย ศาสนาพุทธ ราชวงศ์จักรี นี่คือ คําสัตย์จริง ที่ต้องปฏิบัติตามให้เป็นผลสำเร็จจริงให้จงได้ ที่ไม่ได้รับผลแห่งความสำเร็จเป็นไม่มี - ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพขณะตื่น หรือ นอนหลับ ในขณะยังมีชีวิตอยู่ หรือ ได้ล่วงลับไปแล้วจากโลกนี้ ไปสู่โลกหน้า แห่งภพภูมิใดๆ ก็ตาม เนื่องด้วยกฎแห่งกรรม ที่เราได้ทํามาทั้งนั้น ไม่เกี่ยวกับสิ่งอื่นใดที่ไหนเลย เป็นเหตุและผล เป็นสิ่งกําหนด ยังมีเรื่องสำคัญมากที่สุด ที่ยังตรึงตราอย่างมั่นคงอยู่ในใจ โดยไม่มีวันลืมเลือน หรือ จางหายไป คือ เรื่องถ้าเมื่อใดชาติไทย ศาสนาพุทธ ราชวงศ์จักรี ได้ปรากฎเหตุเภทภัย อันตรายใดๆ ก็ตาม มารุกราน มาทําให้เกิดความเข้าใจผิด แตกแยกความสามัคคี สั่นคลอน ไม่มั่นคง อ่อนแอ เกิดความเสียหาย ไปในทางแห่งความเสื่อมถอย แห่งความตกต่ำ
      พวกเราทั้งหลาย ล้วนเป็นคนไทยทุกๆ คน จําเป็นต้องออกมาทําหน้าที่ ช่วยกันจัดการ ดําเนินการ แสดงออกอย่างจริงใจ เปี่ยมล้นไปด้วยคุณธรรม ให้คนทั่วไปได้ประจักษ์แจ้ง ในเรื่องการเคารพ เทิดทูน ศรัทธา บูชา ยกย่อง ทุ่มหมด ทั้งกายใจ ให้การช่วยเหลือ เกื้อกูล สนับสนุน ค้ำชู เฝ้าพิทักษ์ รักษาไว้ จรรโลงชื่อเสียง ความดีงาม เพื่อดํารงความเป็นเอกราช อธิปไตยของชาติไทย ให้ยืนยง มั่นคง เป็นอิสระ ทําให้ประเทศไทย ศาสนาพุทธ ราชวงศ์จักรี เกิดความปลอดภัย ร่มเย็น สงบสุข มั่นคง สามัคคี เจริญก้าวหน้า พัฒนากว้างไกล ไพศาล เจริญรุ่งเรือง รุ่งโรจน์ เป็นประเทศผู้นําสูงสุดยอด แห่งอภิมหาอํานาจ อย่างมีเกียรติ สมศักดิ์ศรี อย่างบริสุทธิ์ สมบูรณ์ บริบูรณ์ ครบถ้วน ถูกต้องดีแล้วในทุกๆ ประการทั้งหมด ทั้งทางโลก และทางธรรม เป็นอารยะธรรมอันสูงสุดยอด แห่งที่สูงสุดยอดจริง เป็นแผ่นดินธรรม เป็นแผ่นดินทอง เป็นยุคศิวิไลซ์ ด้วยเศรษฐกิจแบบพอเพียง (ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช) และเพียงพอ อย่างแท้จริงตลอดไป ทั้งในอดีต ทั้งในปัจจุบัน และทั้งในอนาคต
     เราทุกๆ คน ไม่สามารถจะเลือกที่เกิดได้ แต่เราสามารถเลือกที่ตายได้ เลือกจะตายแบบไหน แบบคนดี หรือแบบคนชั่ว เลือกให้ลูกหลานภายข้างหน้า ยกย่องสรรเสริญบูชา หรือนินทา ด่าสาปแช่ง จะเป็นคนกตัญญูกตเวที หรือ เป็นคนทรยศ เนรคุณ เป็นบาปโทษหนัก ที่ร่วมกันทําลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
     เราทุกๆ คน สามารถที่จะเลือกทําหน้าที่ ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ในฐานะผู้เป็นเจ้าของบ้านเกิด เมืองนอน ประเทศชาติ ในฐานะผู้เป็นทายาทสืบสายเลือด จากเหล่าบรรพบุรุษ ที่ได้เสียสละทรัพย์ อวัยวะ ชีวิต ให้แก่ชาติ ให้แก่ศาสนา ให้แก่พระมหากษัตริย์ มาแล้วจนนับไม่ถ้วน
     นี้คือ ภาระหน้าที่ เป็นความรับผิดชอบโดยทางตรงและทางอ้อม เป็นสิทธิ์แห่งความชอบธรรม เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เป็นเกียรติอันสูงสุด เป็นขนบธรรมเนียมประเพณี ที่ได้ปฏิบัติสืบๆ กันมา ในทุกๆ ยุค ในทุกๆ สมัย
     ต้องนําหน้าด้วยคุณธรรม ด้วยธรรมาธิปไตย ต้องเพียบพร้อมด้วยสติ ปัญญาความรู้ ความสามารถ ต้องมากล้นด้วยการจงรักภักดี ด้วยความกตัญญูกตเวที ด้วยความกล้าหาญ ยอมแม้ต้องเสียสละทรัพย์ อวัยวะ และชีวิตนี้ อุทิศให้แก่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้อย่างไม่จำกัดครั้ง ได้อย่างไม่จำกัดกาล ไม่ว่าจะกี่ภพ จะกี่ชาติก็ตาม ตราบที่ยังไม่ได้เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน
     เรื่องเหล่านี้ จะเป็นสิ่งคอยย้ำเตือนใจ ให้ลูกหลาน เหลนลื่อ ของไทยทุกๆ คน ได้ระลึกถึงความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ อันทรงคุณค่าสูงสุด เป็นวีรกรรมอันกล้าหาญ ที่น่าเทิดทูน น่ายกย่องบูชายิ่งนัก จะเป็นห้วงเวลาแห่งความทรงจํา ที่สวยสดงดงาม ในตลอดชีวิตของตัวเราเอง และเหล่าผองเพื่อนร่วมชาติทั้งหมด เป็นวิถีแห่งการดํารงชีวิตสืบต่อๆ ไป ไม่ให้สูญสลายแห่งเผ่าพันธุ์แห่งประวัติศาสตร์ของชาติไทย ของโลก และแห่งสากลพิภพ ตราบสิ้นกาลนานอย่างแท้จริง
     เหล่าพวกที่สิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน สิ้นประเทศ ถูกต่างชาติยึดครอง ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ เป็นพวกอพยพ ต้องเร่ร่อนไปเรื่อยๆ ตามยถากรรม อย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ไม่ว่าจะไปขออยู่กับประเทศใดก็ตาม เป็นได้เพียงผู้พักพิงอาศัยชั่วคราว สําหรับพวกปัญญาชน มีบางประเทศอาจจะอนุญาต ให้ได้เป็นพลเมือง ชั้น ๒ หรือชั้น ๓ แต่จะไม่มีสิทธิ์ในประการต่างๆ ได้เท่าเทียมเช่นเดียวกับประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศนั้น เรื่องความไม่แน่นอนของชีวิต เรื่องเหตุเภทภัย อันตรายร้ายแรงต่างๆ นานา อาจจะสามารถมีขึ้นได้ในทุกโอกาส อาจส่งผลทําให้ต้องบาดเจ็บ ล้มตาย สูญหายไปในแต่ละครั้ง เป็นจํานวนมาก โดยไม่อาจขัดขืนหรือป้องกันตัวเองได้ ผลสุดท้ายก็ต้องถูกกลืนหายสูญสิ้นแห่งเผ่าพันธุ์ แห่งชนชาติประเทศนั้น ไปในที่สุด
     พวกเหล่านี้ ได้สูญเสียสิทธิ์ ที่มีค่าสูงสุดยอดแห่งที่สูงสุดยอดไปเสียแล้ว อย่างตลอดกาล และไม่สามารถย้อยกลับไปสู่ห้วงเวลาในอดีต เพื่อจะขอแก้ไขตัวเองเสียใหม่ เพื่อจะกระทําการสละชีพ เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หรือสถาบันอันเป็นที่เคารพรักอย่างยิ่ง ที่บูชาเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใดในทั้งหมด ได้อีกต่อไปแล้ว เรื่องราวที่เป็นบทเรียนอันโศกเศร้า น่าสลด สังเวช เหล่านี้ เป็นเรื่องจริง ที่มีบันทึกอยู่จริง ได้เกิดขึ้นมาหลายยุค หลายสมัยแล้วในอดีต บางเรื่องก็สืบเนื่องจนมาถึงในยุคปัจจุบันนี้ ได้สอนให้พวกเราทั้งหลาย ที่เป็นคนไทยทุกๆ คน ได้เรียนรู้ ได้จดจํา ได้เข้าใจอะไรกันบ้าง จากโศกนาฏกรรมในเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด หวังว่าการเสียสละในทั้งหมดของเหล่าบรรพบุรุษ คงไม่เป็นการสูญเปล่า และขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสุด ไว้ ณ โอกาส
นี้ สําหรับท่านที่สืบสานต่อทุกๆ ท่าน ขอนอบน้อมกราบคาราวะด้วยความเคารพอย่างสูงสุดจริง

     อาจารย์ไตรรงค์ ปุรินทราภิบาล
     วันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๖